แนะนำสถานที่ น่าท่องเที่ยวที่เกาหลี 
วัดแฮดอง ยองกุกซา (Hedong Yonggungsa Temple)

วัดแฮดอง ยองกุกซา เป็นวัดที่สวยงามตั้งอยู่บริเวณอ่าวทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองปูซานเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยม เดินทางไปไหว้พระทำบุญ เรียกได้ว่าหากใครมาเที่ยวปูซานวัดแห่งนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ที่จะต้องเดินทางมา

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1376โดยพระนักสอนศาสนาพุทธชื่อดังของเกาหลีเป็นที่รู้นักในนามนายองอยู่ในสมัยราชวงศ์โกเรยอซึ่งสมัยนั้นวัดส่วนใหญ่ในเกาหลีจะมีที่ตั้งอยู่บนภูเขา แต่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลจึงเป็นภาพที่แปลกตาและสวยงามบริเวณวัดมีพระพุทธรูปชื่อดังคือกุลเบียบ แฮซู กวาเนียม แดบุลหรือว่าพระพุทธรูปเทพธิดาแห่งทะเลรวมทั้งยังมีเจดีย์ประจำวัดอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีรูปปั้นมังกร4ตัว เป็นตัวแทความสนุกสนานความโกรธความเศร้าและความสุขและรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ชาวเกาหลีใต้นิยมมาสักการะ

ความงามของวัดแห่งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการบูรณะเมื่อปี 1970 มีการทาสีใหม่เพิ่มความสวยงาม  แต่ก็ยังเป็นสถานที่สอนศาสนาพุทธที่โด่งดัง
เหมือนในอดีตหากจะเดินทางมาเยี่ยมชมในวันพระหรือว่าวันขึ้นปีใหม่จะต้องเจอชาวพุทธในเกาหลีใต้มากันแน่นวัด  แน่นอนทางวัดเปิดให้เข้าชมและไหว้พระตั้งแต่ตี 4 ถึง  1ทุ่มตรง ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางจากปูซานให้ขึ้นรถไฟฟ้าสาย 2 ลงที่สถานีแฮอุนแดทางออก 7 และต่อรถบัสสาย 181 ลงที่ป้ายวักยองกุกซานูริมารุ เอเปค เฮาส์ (Nurimaru APEC House)
 

ชื่อของนูริมารุ เอเปค เฮาส์ เป็นการผสมคำของภาษาเกาหลีจากคำว่านูริที่แปลว่าโลกและมารุที่แปลว่าการประชุมความหมายโดยรวมก็คือสถานที่จัดประชุมเอเปคตัวอาคารตั้งอยู่บนเกาะดองเบียกซอมที่มีความงดงามทั้งภูเขาและทะเลอยู่แล้ว ภายนอกตัวอาคารเป็นรูปโดมส่วนภายในอาคารตกแต่งด้วยศิลปวัฒนธรรมของเกาหลี

บริเวณระเบียงจะได้ชมวิวของตึกต่างๆ ในปูซานที่ตั้งอยู่บนเกาะออยุคโด รวมไปถึงสะพานกวานกานและภูเขาดัลมาจิและบริเวณหาดฮุนแดสถานที่แห่งนี้ใช้จัดประชุมเอเปคหรือการประชุมเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกครั้งที่ 17 ที่จัดระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนปี 2005ซึ่งเมืองปูซานเป็นเจ้าภาพ ภายในห้องประชุมยังคงสภาพเดิมไว้รวมทั้งเก้าอี้และป้ายชื่อประเทศของผู้นำทุกคนที่เข้าประชุม
 

อาคารแห่งนี้จะปิดทุกวันจันทร์แรกของเดือนเปิดให้เข้าชมตั้งแต่9โมงเช้าถึง6โมงเย็นไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใดส่วนการเดินทางใช้วิธีเดียวกับการเดินทางสู่เกาะดองเบียกซอม
         

ชินเซแก เซนทัม ซิตี (Shinsegae Centum City)

หลังจากท่องเที่ยวชมวิวเข้าวัดในบริเวณปูซานแล้ว แหล่งช็อปปิ้งห้างใหญ่ในปูซานก็มีให้เที่ยวชมเช่นกันห้างที่ใหญ่ที่สุดของปูซานคือชินเซแก เซนทัม ซิตี ไม่เพียงแต่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในปูซานแต่ยังถูกบันทึกจากกินเนสส์บุ๊กให้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดของโลกโดยมีการแบ่งพื้นที่สินค้าและบริหารมากมายหลายชั้นรวมทั้งยังมีบริการอื่นๆ รวมทั้ง โรงภาพยนตร์สปาสนามไดรฟ์กอล์ฟและลานสเก็ตให้เลือกใช้บริการในตัวห้างสามารถดูแผนที่ในห้างและเลือกเดินได้เลยในบริเวณใกล้ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของตึกเทศกาลหนังเมืองปูซานที่สามารถเข้าไปเดินเที่ยวและชมภาพยนตร์ที่จัดฉายอยู่ตลอดทั้งปี การเดินทางสู่ห้างเซนทัมสามารถใช้รถไฟฟ้าในปูซานสาย2ลงที่สถานีเซนทัมซิตีซึ่งตัวสถานีจะมีเส้นทางเข้าตัวห้างได้เลย


อุทยานแห่งชาติฮัลโยแฮซัง (Hallyeohaesang National Marine Park) 

อุทยานแห่งชาติฮัลโยแฮซัง ถูกตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลตั้งแต่ปีค.ศ.1968จัดเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดับที่4ของเกาหลีใต้เป็นอุทยานที่ทอดยาวถึง 120 กิโลเมตรไปจนถึงเมืองโยซุทางใต้ของเกาหลีใต้มีเกาะแก่งและชายทะเลมากมายโดยเป็นพื้นที่ทางทะเลทั้งสิ้น 72.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่มีเกาะที่ไม่สามารถเข้าพักได้ 69 แห่งและมีเกาะที่สามารถเดินทางไปพักผ่อนได้อีก 30 เกาะยังมีความเป็นธรรมชาติสูงมีพันธุ์นก115 พันธุ์สัตว์เลื้อนคลาน16ชนิดแมลง 1,566 ชนิดและยังมีพันธุ์ปลาน้ำจืด 24 พันธุ์รวมอยู่ด้วย หากเดินทางจากปูซานสถานที่ที่เหมาะสมกับการเดินทางไปบริเวณนัมแฮน่าจะสะดวกที่สุดแต่หากจะใช้เวลาชื่นชมกับอุทยานแห่งชาติแห่งนี้อย่างเต็มที่ก็น่าจะใช้เวลา 3 วัน 2 คืนด้วยกัน



นิทรรศการสวนนานาชาติซุนชอน (International Garden Exposition Suncheon Bay Korea 2013)

นิทรรศการสวนนานาชาติซุนชอน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 เมษายนถึง 20 ตุลาคมปี 2013 ตั้งขึ้นบริเวณอ่าวซุนชอนในเขตนัมโดเป็นการจัดขึ้นภายใต้หัวข้อที่ว่า “สวนแห่งโลก”ซึ่งเป็นงานแสดงการจัดสวนและพันธุ์พืชคล้ายๆ กับงานพืชสวนโลกที่บ้านเราที่เพิ่งจัดที่เชียงใหม่และยังมีงานราชพฤกษ์ภายในงานจะมีการแสดงสวนของชาติต่างๆ สวนดอกไม้สวนน้ำ และสวนป่า ให้ได้ชมรวมทั้งยังมีสวนสมุนไพรด้วยในส่วนของสวนสมุนไพรถือว่าเป็นสวนที่ค่อนข้างแตกต่างจากงานนิทรรศการอื่นๆ พอสมควร เพราะมีการจำลองสวนสมุนไพรตามแหล่งที่ขึ้นของแต่ละพันธุ์ทั้งที่ขึ้นบนภูเขาทุ่งนา ริมแม่น้ำ รวมทั้งยังมีการสาธิตการน้ำสมุนไพรต่างๆ มาผลิตเป็นยาและผู้เที่ยวชมสามารถทดลองทำได้ด้วยตัวเองส่วนอีกจุดที่น่าสนใจคือศูนย์พื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติที่ปัจจุบันพื้นที่ชุ่มน้ำเริ่มจะมีความสำคัญกับระบบนิเวศของแต่ละชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

หากคิดจะเดินทางมาชมนิทรรศการแบบจริงจังคงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเนื่องจากสถานที่จัดงานกว้างใหญ่ถึง1.1ล้านตารางเมตร เปิดให้ชมตั้งแต่9โมงเช้าถึง6โมงเย็นค่าเข้าชมตลอด1วันผู้ใหญ่ 16,000 วอน, เยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี 12,000 วอน และเด็กอายุมากกว่า 4 ขวบ 8,000 วอน แต่หากจะซื้อตั๋ว 2 วันจะได้ลดราคาลงไปอีกและช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม